คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก.พิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ

คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. พิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการวันนี้

 

                การประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ครั้งที่ 7/2561 ในวันที่ 11 ตุลาคม 2561 มีวาระเพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่ง ขสมก.ได้จัดทำแผนดังกล่าว เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะทำให้ ขสมก.สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระกับภาครัฐ และประชาชนผู้ใช้บริการจะได้รับความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยในการใช้บริการมากยิ่งขึ้น

                  นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561 จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ครั้งที่ 7/2561 โดยมีวาระเพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งแผนดังกล่าว ขสมก.ได้จัดทำขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะทำให้ ขสมก.สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระกับภาครัฐ และประชาชนผู้ใช้บริการจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการใช้บริการมากยิ่งขึ้นโดยแผนฟื้นฟูกิจการมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ ดังนี้

วัตถุประสงค์ที่ 1  เพื่อปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้รถใหม่และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

กลยุทธ์ที่ 1 การจัดหารถโดยสาร

               1.1 จัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 489 คัน

               1.2 ปรับปรุงสภาพรถโดยสาร NGV (เดิม) จำนวน 323 คัน

               1.3 จัดซื้อรถไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) จำนวน 35 คัน

               1.4 จัดซื้อรถโดยสารไฮบริด จำนวน 1,453 คัน

               1.5 เช่ารถโดยสารใหม่ จำนวน 700 คัน (เช่ารถไฮบริด 400 คัน, เช่ารถ NGV 300 คัน)

กลยุทธ์ที่ 2 การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้

               2.1 การติดตั้งและใช้งานในระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์บนรถโดยสาร (E-Ticket)

               2.2 ระบบบริหารงานหลักองค์กร (Enterprise Resource Planning : ERP)

               2.3 การติดตั้งระบบตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติการเดินรถ (GPS) บนรถโดยสาร

               2.4 การติดตั้ง WIFI

               2.5 ป้ายอัจฉริยะ

               2.6 การออกบัตรร่วม

               2.7 เพิ่มช่องทางการชำระค่าโดยสารโดยนำระบบ QR-Code มาใช้

กลยุทธ์ที่ 3  การปรับปรุงเส้นทางเดินรถเพื่อลดการทับซ้อน เชื่อมต่อและรองรับกับระบบขนส่งสาธารณะระบบราง และมีเส้นทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ

 

วัตถุประสงค์ที่ 2   เพื่อให้ ขสมก. สามารถเลี้ยงตัวเองได้ลดภาระกับภาครัฐ

กลยุทธ์ที่ 1 การลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงาน 

                1.1 ปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดกระชับลง (LEAN) จากจำนวนพนักงานต่อรถ 1 คัน ในปี 2561 จำนวน 5.14 คน ลดลงเป็น 2.75 คนในปี 2565

                1.2 การเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement)                     

                     ปี 2563 พนักงานสำนักงาน จำนวน 655 คน

                     ปี 2564 พนักงานเก็บค่าโดยสาร จำนวน 2,198 คน

                     ปี 2565 พนักงานเก็บค่าโดยสาร จำนวน 2,198 คน

                1.3 ปรับเปลี่ยนหน้าที่พนักงานให้มีความเหมาะสม จำนวนพนักงานเก็บค่าโดยสารที่เปลี่ยนหน้าที่เป็นพนักงาน จำนวน 448 คน ในปี 2563

                1.4 การจ้างพนักงานใหม่โดยเฉพาะพนักงานที่มีความรู้ทางระบบเทคโนโลยีดิจิทัล

กลยุทธ์ที่ 2 ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารและค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง โดยมีอัตราค่าเหมาซ่อมของ
รถใหม่ลดลงร้อยละ 50

กลยุทธ์ที่ 3 เพิ่มรายได้

               3.1 ขอปรับอัตราค่าโดยสารเฉพาะรถโดยสารใหม่

               3.2 ขอรับการสนับสนุนการให้บริการสาธารณะ (PSO)

               3.3 การจัดรถโดยสารใหม่ออกวิ่งให้บริการเต็มประสิทธิภาพ

               3.4 การจัดเก็บค่าตอบแทนค้างชำระของรถเอกชนร่วมบริการ

               3.5 พัฒนาพื้นที่เชิงธุรกิจในอู่บางเขนและอู่มีนบุรี

กลยุทธ์ที่ 4  การบริหารหนี้สินโดยขอให้ภาครัฐรับภาระหนี้ทั้งหมด ซึ่งเกิดจากนโยบายของภาครัฐ

...............................................................................................................

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการสอบถามเส้นทางรถเมล์  หรือ แนะนำบริการได้ที่ www.bmta.co.th , facebook bmta@bmta.co.th หรือ ศูนย์ Call Center 1348  ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 - 22.00 น.

สำนักผู้อำนวยการ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

 

ภาพประกอบ: 
03901
03902
เอกสารที่เกี่ยวข้อง: